|
ภาษีป้าย
ภาษีป้าย หมายถึง ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายทีใช้ในการประกอบการค้า หรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้า หรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้ไม่ว่าจะแสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษรภาพหรือเครื่องหมายที่เขียนแกะสลัก จารึกหรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย คือ เจ้าของป้าย หรือผู้ครอบครองป้ายในกรณีไม่มีผู้อื่นยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย หรือเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจหาตัวเจ้าของป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าผู้ครอบครองป้ายนั้นเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองอาคาร หรือที่ดินป้ายนั้นติดตั้ง หรือแสดงอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายตามลำดับ
อัตราภาษีป้าย
- ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน คิดภาษี 500 ตร.ซม. ต่อ 5 บาท
- ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพ และหรือเครื่องหมาย
คิดภาษี 500 ตร.ซม. ต่อ 26 บาท
- (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย ไม่ว่าจะมีภาพและหรือเครื่องหมายใด ๆ
(ข) ป้ายที่มีอักษรไทยทั้งหมด หรือบางส่วนอยู่ใต้และหรืออยู่ต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ
คิดภาษี 500 ตร.ซม. ต่อ 50 บาท ป้ายเมื่อคำนวณพื้นที่จำนวนเงินภาษีไม่ถึงป้ายละ 200 ให้เสียภาษีป้ายละ 200 บาท
เอกสารหลักฐานที่นำมาใช้ในการติดต่อ 1. สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน 2. สำเนาหนังสือรับรองสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท 3. รายละเอียดเกี่ยวกับป้าย ทั้งลักษณะข้อความ ภาพขนาดรูปร่าง และรูปตัวของป้าย (ถ้ามี) 4. สถานที่ติดตั้งหรือแสดงป้าย 5. หนังสือมอบอำนาจพร้อมติดอากร (กรณีมอบอำนาจ)
กำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย - เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (ภ.ป.1) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี - ในกรณีที่ติดตั้งหรือแสดงป้ายภายหลังเดือนมีนาคมหรือติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขป้ายอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย หรือนับแต่วันเปลี่ยนแปลงแก้ไขแล้วแต่กรณี
การชำระภาษี - ให้เจ้าของป้ายชำระภาษีป้ายภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน - ป้ายที่เริ่มติดตั้ง หรือแสดงในปีแรกให้เสียภาษีป้าย ตั้งแต่วันที่ติดตั้ง จนถึงงวดสุดท้ายของปี
(คิดภาษีป้ายเป็นรายงวด งวดละ 3 เดือน) งวด 1 มกราคม – มีนาคม = 100 % งวด 2 เมษายน – มิถุนายน = 75 % งวด 3 กรกฎาคม – กันยายน = 50 % งวด 4 ตุลาคม – ธันวาคม = 25 %
เงินเพิ่ม - ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในกำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของค่าภาษี - ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้อง ทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลงให้เสีย
เงินเพิ่มร้อยละ 10 ของค่าภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม - ไม่ชำระภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของค่าภาษีป้าย
บทกำหนดโทษ 1. ผู้ใดจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท 2. ผู้ใดโดยรู้หรือจงใจแจ้งความเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จ หรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีป้ายต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ 3. ผู้ใดไม่แจ้งรับโอนป้าย หรือไม่แสดงรายการเสียภาษีป้ายไว้ ณ ที่เปิดเผยในสถานที่ประกอบกิจการ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท
ขั้นตอนการเสียภาษีป้าย
- ขั้นตอนการเสียภาษีป้าย ป้ายเดิม (กรณีปกติ)
1.1 เอกสารที่ต้องใช้ในการติดต่อ - ใบเสร็จรับเงินของปีที่ผ่านมา - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน - ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน - แผนที่ตั้งพอสังเขป - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถมาติดต่อด้วยตนเอง)
1.2 ขั้นตอนการให้บริการ - ยื่นแบบประเมินภาษี - ตรวจสอบเอกสารเพื่อประเมินภาษี - ออกใบเสร็จรับเงิน 2. ขั้นตอนการเสียภาษีป้าย ป้ายเดิม (กรณีเอกสารไม่ชัดเจนครบถ้วน) 2.1 เอกสารที่ต้องใช้การติดต่อ - ใบเสร็จรับเงินของปีที่ผ่านมา - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน - ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถมาติดต่อด้วยตนเอง) 2.2 ขั้นตอนการให้บริการ - ยื่นแบบประเมินภาษี - ตรวจสอบ - ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ออกสำรวจตรวจสอบป้าย - คำนวณค่าภาษี แจ้งให้ผู้ยื่นเสียภาษีทราบ - ออกใบเสร็จรับเงิน 2.3 ระยะเวลาดำเนินการ - โดยประมาณ 1 วันทำการ 3.ขั้นตอนการเสียภาษีป้าย ป้ายใหม่ 3.1 เอกสารที่ต้องใช้การติดต่อ - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน - สำเนาทะเบียนบ้าน - ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียน - แผนที่ตั้งพอสังเขป - หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถมาติดต่อด้วยตนเอง) 3.2 ขั้นตอนการให้บริการ - ยื่นแบบประเมินภาษี - ตรวจสอบ - ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ออกสำรวจตรวจสอบป้าย - คำนวณค่าภาษี แจ้งให้ผู้ยื่นเสียภาษีทราบ - ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ ภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีจากผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์ หรือห้องชุด) โดยภาษีตัวนี้ได้ถูกนำมาใช้แทนที่ ภาษีโรงเรือน และ ภาษีบำรุงท้องที่ แบบเดิม
วัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างคุ้มค่า ลดปัญหาการกักตุนที่ดินรกร้าง และนำเงินภาษีที่ได้ไปพัฒนาท้องถิ่นให้ดียิ่งขึ้น
วิธีคำนวณภาษีที่ดิน
???? “มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษีต่อปี = ภาษีที่ต้องจ่าย”
หมายเหตุ: "มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" จะอ้างอิงตาม ราคาประเมินทุนทรัพย์ จากกรมธนารักษ์
(ไม่ใช่ราคาซื้อตลาด) อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แยกตามประเภทการใช้งาน
- ประเภทที่อยู่อาศัย (บ้าน/คอนโด)
✅ เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
- มูลค่า 0 - 50 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษี
- มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
- มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
- มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
✅ เจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว
- มูลค่า 0 - 10 ล้านบาทได้รับยกเว้นภาษี
- มูลค่า 10 - 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.02%
- มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
- มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
- มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
✅ เจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป
- มูลค่า 0 - 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.02%
- มูลค่า 50 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
- มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
- มูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
- ประเภทที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม
- สำหรับอาคารพาณิชย์, โรงแรม, อพาร์ตเมนต์ให้เช่า หรือการใช้งานเชิงธุรกิจ จะใช้อัตราภาษีดังนี้:
- มูลค่า 0 - 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.3%
- มูลค่า 50 - 200 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.4%
- มูลค่า 200 - 1,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.5%
- มูลค่า 1,000 - 5,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.6%
- มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.7%
- ประเภทที่ดินเพื่อการเกษตร
ใครที่ทำสวน ทำไร่ หรือใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จะมีรายละเอียดแยกย่อยระหว่างบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
???? บุคคลธรรมดา
- มูลค่า 0 - 50 ล้านบาท:ได้รับยกเว้นภาษี
- มูลค่า 50 - 125 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.01%
- มูลค่า 125 - 150 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
- มูลค่า 150 - 550 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
- มูลค่า 550 - 1,050 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.07%
- มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
???? นิติบุคคล
- มูลค่า 0 - 75 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.01%
- มูลค่า 75 - 100 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.03%
- มูลค่า 100 - 500 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.05%
- มูลค่า 500 - 1,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.07%
- มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.1%
- ประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า (ไม่ได้ทำประโยชน์)
กลุ่มนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ! เพราะเป็นกลุ่มที่ เสียภาษีแพงที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาพัฒนา
- มูลค่า 0 - 50 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.3%
- มูลค่า 50 - 200 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.4%
- มูลค่า 200 - 1,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.5%
- มูลค่า 1,000 - 5,000 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 0.6%
- มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตรา 0.7%
⚠️ ข้อควรระวัง: หากปล่อยที่ดินรกร้างติดต่อกันนานกว่า 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ในทุกๆ 3 ปี (โดยมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 3%) ดังนั้นใครมีที่ดินเปล่า แนะนำให้หาลู่ทางพัฒนาหรือทำการเกษตรเพื่อลดภาระภาษีนะคะ
|